เว็บบอร์ด

ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าหลักเว็บบอร์ด

การปฏิบัติที่เป็นเลิศ (best Practices) ระดับปฐมวัย

๑. ชื่อผลงาน การใช้กิจกรรม แม่เล่านิทาน อ่านให้ฟัง สร้างสัมพันธ์รักในครอบครัว
ชุด“กระเป๋าหนูน้อยรักการอ่าน”เพื่อการพัฒนาทักษะทางภาษาของเด็กปฐมวัย
๒. ชื่อผู้นำเสนอผลงาน นางเอ็นดู สีเทา โรงเรียนชุมชนบ้านปากสวย โทร.๐๘-๑๐๕๐-๖๒๘๑
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต ๒
๓. หลักการและเหตุผล/ความเป็นมา
สถานศึกษามีบทบาทที่สำคัญมากในภาพรวมของชีวิตเด็กและเยาวชน เนื่องจากเป็นสถาบัน ที่มีการจัดการอย่างเป็นระบบและสามารถพัฒนาคุณภาพเชิงระบบได้ เมื่อพิจารณาในแต่ละวัยแล้ว จะพบว่า สถานศึกษามีบทบาทสำคัญรองจากครอบครัวในวัยอนุบาล สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (2548 : 2) ได้ระบุ ทิศทางและมาตรการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาปฐมวัย ที่สำคัญ คือ การให้ความรู้แก่บุคคล ในครอบครัวและผู้มีส่วนในการอบรมเลี้ยงดูดูแลเด็กวัยนี้ ในเรื่องการพัฒนาเด็กให้เติบโตเต็มศักยภาพ โภชนาการและการอนามัย การให้บริการดูแลรักษาด้านอารมณ์และจิตใจ รวมถึงการเปิดบทบาทให้ผู้ปกครองและครอบครัวมีส่วนร่วมในการเรียนการสอนและกิจกรรมของโรงเรียน
มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาการเรียนรู้ (๒๕๕๔:๑๐)ระบุ การมีส่วนร่วมของพ่อแม่ผู้ปกครอง ชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีการให้เข้มแข็งและส่งเสริมให้เข้ามามีส่วนร่วมทุกขั้นตอนของกระบวนการ พัฒนา แม้จะมีการดำเนินการเพิ่มสูงขึ้นโดยลำดับ แต่ยังไม่สามารถพัฒนาจนเกิดกระแสสังคม ในการพัฒนาเด็กและเยาวชน
การที่พ่อแม่ผู้ปกครองและผู้ที่ทำหน้าที่เลี้ยงดูแลเด็กวัยนี้ จะกระตุ้นส่งเสริมพัฒนาการได้อย่างถูกต้องตามหลักวิชา จำเป็นต้องมีความรู้ ความเข้าใจ และวิธีการที่เหมาะสม โรงเรียนชุมชนบ้านปากสวยได้ตระหนักและเห็นความสำคัญ ด้วยในช่วงวัยที่เป็นโอกาสทองของการพัฒนาความสามารถในการเรียนรู้ภาษาที่ดีที่สุด จึงนำรูปแบบกิจกรรม แม่เล่านิทาน อ่านให้ฟัง สร้างสัมพันธ์รักในครอบครัว โดยใช้ชุด “กระเป๋าหนูน้อยรักการอ่าน” มาใช้เพื่อการพัฒนาทักษะทางภาษาของเด็กปฐมวัย ในปีการศึกษา ๒๕๕๔ และพัฒนาปรับปรุง ในปีการศึกษา ๒๕๕๕
๔. วัตถุประสงค์
๑. เพื่อเปรียบเทียบพัฒนาการด้านภาษาของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังการใช้กิจกรรม แม่เล่านิทาน อ่านให้ฟัง สร้างสัมพันธ์รักในครอบครัว ชุด “กระเป๋าหนูน้อยรักการอ่าน”
๒. เพื่อพัฒนาและส่งเสริมพ่อแม่ ผู้ปกครองได้เรียนรู้วิธีการพัฒนาทักษะทางภาษา ได้อย่างถูกต้อง
๕. แนวคิด / ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง
กรมวิชาการ (๒๕๔๖:๑) ระบุ ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ ๖ ปี หรือที่เรียกว่า“ปฐมวัย” เป็นช่วงเวลา ที่สำคัญที่สุดของชีวิต เพราะสมองจะมีการพัฒนาถึงร้อยละ ๘๐ การส่งเสริมเรื่องจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ของเด็กในวัย ๒ - ๖ ปี
Child Development วารสารเกี่ยวกับเด็กได้ตีพิมพ์งานวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับครอบครัวกับการอ่านโดยศึกษากลุ่มตัวอย่าง ๒,๕๘๑ ครอบครัวทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา แบ่งเป็นครอบครัวที่อ่านหนังสือให้ลูกฟัง ๑,๑๐๑ ครอบครัว เพื่อศึกษาเปรียบเทียบพัฒนาการด้านภาษาและติดตามผลเพื่อทดสอบความสามารถ ของเด็กวัย ๑-๓ ปี พบข้อสังเกตที่น่าสนใจว่าครอบครัวที่อ่านหนังสือให้เด็กฟังตั้งแต่ทารกเมื่อโตขึ้นจะสามารถเข้าใจภาษา คำศัพท์ และมีพัฒนาการที่ดีกว่าเด็กที่ครอบครัวไม่ได้อ่านหนังสือให้ฟัง และพบว่า ผลการเรียนของเด็กไม่ได้ขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจของครอบครัว แต่ขึ้นอยู่กับความสนใจและความถี่ในการอ่านหนังสือ ในเวลาว่างมากขึ้น
จากแนวคิด ทฤษฎีและงานวิจัยที่กล่าวมาแสดงให้เห็นว่า ครอบครัวที่ไม่มีฐานะร่ำรวยก็สามารถสร้างลูกให้เก่งได้ด้วยการอ่านหนังสือ การฝึกการอ่านให้เด็กรักการอ่านในวัยเด็ก จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้เด็กมีนิสัยรักการอ่านซึ่งเป็นรากฐานของการเรียนรู้
๖. การดำเนินงาน /กระบวนการ/วิธีการปฏิบัติ
ขั้นเตรียมการ
๑. ครูจัดหาสื่อหนังสือประเภทนิทาน /จัดเตรียมอุปกรณ์ “กระเป๋าหนูน้อยรักการอ่าน”
โดยใช้กระเป๋าประกอบด้วย หนังสือนิทาน จำนวน ๓ เล่ม รวม ๗๐ ซอง
๒. ครูประชุมชี้แจงพ่อ แม่ ผู้ปกครองนักเรียนปฐมวัยเกี่ยวกับกิจกรรมแม่เล่านิทาน
อ่านให้ฟัง สร้างสัมพันธ์รักในครอบครัว โดยใช้ “กระเป๋าหนูน้อยรักการอ่าน”
๓. พัฒนาผู้ปกครอง/แนะนำเทคนิคการอ่านนิทาน / ทดลองใช้ ตามขั้นการพัฒนา ดังนี้
๓.๑ ขั้นสร้างความตระหนัก ตามประเด็น ดังนี้
๓.๑.๑ ความจำเป็นและความสำคัญของการเล่า/อ่านนิทานสำหรับเด็กวัยนี้
“พ่อแม่สร้างเด็กให้เป็นคนดีได้อย่างไร”
๓.๑.๒ ความสำคัญและความหมายของการพัฒนาการด้านภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย
๓.๑.๓ วงจรการเรียนรู้ของสมองและการประเมินพัฒนาการ
๓.๒ ขั้นพัฒนาความรู้
๓.๒.๑ หนังสือสำหรับเด็ก
๓.๒.๒ เล่านิทานอย่างไรให้เด็ก ๆ สนใจ
๓.๒.๓ เคล็ดลับสำหรับพ่อแม่ในการเล่านิทาน
๓.๓ ขั้นฝึกปฏิบัติ (แบ่งกลุ่ม/จัดเป็นฐาน ตามจำนวนกลุ่ม)
๓.๓.๑ แบ่งกลุ่ม ๆ ละ ๔ คน ให้เลือกนิทานกลุ่มละ ๑ เรื่อง /ร่วมกันศึกษา และตกลงกันว่าจะเล่าอย่างไร ใครจะเป็นคนเล่า คนที่ ๑,๒,๓,๔
๓.๓.๒ วิทยากรให้สัญญาณ คนที่ ๑ อยู่ประจำที่และเป็นผู้เล่าให้ผู้สนใจฟัง สมาชิกคนอื่นๆ ไปเลือกฟังนิทานที่ตนเองสนใจจากกลุ่มอื่น
๓.๓.๓ วิทยากรให้สัญญาณ คนที่ ๒ กลับมาอยู่ประจำกลุ่ม เป็นผู้เล่าให้ผู้สนใจอื่น
ฟัง สมาชิกคนอื่นๆ ไปเลือกฟังนิทานที่ตนเองสนใจจากกลุ่มอื่น
๓.๓.๔ วิทยากรให้สัญญาณ คนที่ ๓ กลับมาอยู่ประจำกลุ่ม เป็นผู้เล่าให้ผู้สนใจอื่น
ฟัง สมาชิกคนอื่นๆ ไปเลือกฟังนิทานที่ตนเองสนใจจากกลุ่มอื่น
๓.๓.๕ วิทยากรให้สัญญาณ คนที่ ๔ กลับมาอยู่ประจำกลุ่ม เป็นผู้เล่าให้ผู้สนใจอื่น
ฟัง สมาชิกคนอื่นๆ ไปเลือกฟังนิทานที่ตนเองสนใจจากกลุ่มอื่น
๓.๔ ฝึกปฏิบัติ/เล่ากับลูกตนเอง
๓.๕ ประเมิน/สรุป/ให้ข้อเสนอแนะ
๓.๖ นัดหมาย/กำหนดปฏิทินการตรวจเยี่ยมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ติดตามผลสะท้อนกลับ
ขั้นดำเนินการ
๑. ให้เด็กนำกระเป๋ากลับบ้าน
๒. ผู้ปกครองจัดกิจกรรมตามขั้นตอน ใช้เวลาในการศึกษา ๑ สัปดาห์
๓. เด็กนำกระเป๋ามาคืนและเปลี่ยนกระเป๋าใบใหม่ ไปจัดกิจกรรมที่บ้านต่อไป
ขั้นติดตามประเมินผล
ด้านการส่งเสริมพัฒนาการเด็ก (ดำเนินการหลังจากนำกระเป๋ากลับบ้าน)
อาจประเมินจากการร่วมกิจกรรม :-
๑. ครูสนทนา/ซักถาม เกี่ยวกับการใช้กระเป๋านิทาน
๒. ให้เด็กเล่านิทาน ที่ชื่นชอบ ให้เพื่อนฟัง ถาม/ตอบ ในสิ่งที่อยากรู้ สนใจ
๓. ให้เด็กบอกตัวละครที่ชอบ พร้อมแสดงเหตุผล และ/หรือ วาดภาพ
ด้านความพึงพอใจของผู้ปกครอง(ดำเนินการหลังจากนำกระเป๋ากลับบ้านแล้ว๑,๔สัปดาห์)
๑. ครูและผู้ปกครองสนทนา/แลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับหนังสือนิทาน เทคนิค/วิธีการสังเกต
พฤติกรรม ความสนใจ การกระตุ้นด้วยคำถาม และพัฒนาการ
๒. ผู้ปกครองตอบแบบสอบถาม
๓. เมื่อครบสัปดาห์ที่ ๔ โรงเรียน จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เล่าประสบการณ์ และข้อค้นพบ
จากการใช้กิจกรรม สอบถามประเด็นปัญหา ข้อเสนอแนะแนวทางแก้ไข
แผนภูมิการดำเนินงาน การใช้กิจกรรม แม่เล่านิทาน อ่านให้ฟัง สร้างสัมพันธ์รัก ในครอบครัว
ชุด “กระเป๋าหนูน้อยรักการอ่าน”เพื่อการพัฒนาทักษะทางภาษาของเด็กปฐมวัย












๗. แผนการดำเนินงาน/ระยะเวลาในการดำเนินงาน (๑ ตุลาคม ๒๕๕๔ - ๓๐ เมษายน ๒๕๕๕)
ที่ แผนการดำเนินงาน / กิจกรรม เวลา ผู้รับผิดชอบ หมายเหตุ
๑. ประชุมชี้แจงการดำเนินการ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๔ นายมานิตย์
๒. พัฒนาผู้ปกครอง/แนะนำเทคนิคการเล่า ๙ ตุลาคม ๒๕๕๔ นางเอ็นดู
๓. ดำเนินการพัฒนาเด็ก ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๔ นายมานิตย์
๔. ติดตามประเมินผล/ผลการดำเนินงาน /สะท้อนผลการดำเนินงาน พฤศจิกายน ๒๕๕๔ –
เมษายน ๒๕๕๕ คณะกรรมการนางเอ็นดู
๘. ผลการปฏิบัติงาน ส่งผลต่อการพัฒนา ความเปลี่ยนแปลงอย่างไร
๘.๑ พัฒนาการด้านภาษาเด็กปฐมวัยก่อนและหลังการใช้กิจกรรม
๘.๑.๑ เด็กสนใจการอ่านอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ และมีทักษะทางภาษาด้านการอ่าน
มีพัฒนาการสูงขึ้น ร้อยละ ๘๖.๐๐
๘.๑.๒ เด็กมีความกระตือรือร้นที่จะฟังนิทานและมีสมาธิในการฟัง ร้อยละ ๙๒.๐๐
๘.๑.๓ เด็กกล้าแสดงออกในการเล่าเรื่อง ให้ครูและเพื่อนฟัง ร้อยละ ๘๗.๐๐
๘.๑.๔ ครูและนักเรียนแต่งหนังสือนิทาน ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากการเล่านิทาน
ที่มาจากความรักความผูกพันในครอบครัวและโรงเรียน
๘.๒ พ่อแม่ ผู้ปกครองร่วมมือ ส่งเสริมพัฒนาทักษะทางภาษาและปลูกฝังนิสัยรักการอ่านให้แก่ลูก อย่างถูกต้อง และเพิ่มสูงขึ้น
๙. ปัจจัยที่ทำให้วิธีการประสบผลสำเร็จ
๙.๑ ผู้บริหารกำกับดูแลและติดตามการปฏิบัติงานอย่างสม่ำเสมอ
๙.๒ ความเข้าใจ ความร่วมมือของครู และ ผู้ปกครอง ช่วยให้ประสานการทำงานระหว่างโรงเรียนและบ้านได้ดียิ่งขึ้น
๙.๓ การติดต่อสื่อสารกับผู้ปกครองอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และพัฒนาตนเอง ทำให้เกิดเครือข่าย ที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น
๑๐. บทเรียนที่ได้รับ
๑๐.๑ การอ่านหนังสือให้เด็กฟังอย่างน้อยวันละ ๕- ๑๕ นาที นอกจากเป็นการสร้างสายใย ความผูกพันความรักในครอบครัว แล้วยังทำให้เด็กใกล้ชิดและผูกพันกับหนังสือ
๑๐.๒ การอ่านหนังสือให้เด็กฟัง เป็นช่วงเวลาที่ได้พูดคุย ตั้งคำถาม ตอบคำถาม เป็นการต่อยอดความคิดของเด็กเชื่อมโยงประสบการณ์ กระตุ้นความสนใจให้เด็กใช้ทักษะทางภาษาและความคิด ได้ดีขึ้น
๑๐.๓ การสร้างวัฒนธรรมการอ่านให้กับเด็ก ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
๑๑. ข้อเสนอแนะ
ควรได้มีการติดตามและศึกษาเด็กในด้านพัฒนาการด้านภาษาและนิสัยรักการอ่าน ในระดับประถมศึกษา





เอกสารอ้างอิง
กรมวิชาการ.หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๔๖ กระทรวงศึกษาธิการ.
วิภา ตัณฑุลพงษ์. ๒๕๕๑. “ผลงานที่ประสบผลสำเร็จ (Best Practices) โครงการ
ส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน” ในกลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัด
การศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร เขต ๒.
เอกสารศึกษานิเทศก์ สพท.กทม.๒ ลำดับที่ ๒๔/๒๕๕๑
สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. ๒๕๕๔. “ผลงานและวิธีการปฏิบัติที่ดีระดับปฐมวัย”
(Early Childhood Good Practices) การศึกษาปฐมวัย ก้าวไกลสู่
ความเป็นเลิศ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ.
มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาการเรียนรู้. ๒๕๕๔. “เติมเต็มครูปฐมวัย..ด้วยหัวใจ BBL
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้าง้สริมสุขภาพ (สสส.) ๒๕๕๑. “หนังสือภาพสื่อสร้างสรรค์พัฒนาสมอง
และคุณลักษณ์อันพึงประสงค์ของลูกน้อย”

โดย : กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ : [5 ต.ค. 2555] : อ่าน [816] IP : 202.143.164.71




Warning: mysql_fetch_array(): supplied argument is not a valid MySQL result resource in D:\inetpub\vhosts\default\htdocs\php\web\php\board_view.php on line 142

ความคิดเห็นของคุณ

ความคิดเห็นของคุณ :

ชื่อ :
อีเมล์ :
  IP :: 50.17.86.12
ยืนยันคำตอบ :
ใส่รหัสนี้ ในช่องด้านล่าง เพื่อยืนยันคำตอบของท่าน
  

         ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ sumphan.p@obecmail.obec.go.th  เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้